5 วิธีเปลี่ยนจาก ‘นักฝัน’ เป็น ‘คนสำเร็จ’

0
1524

คุณอาจจะเคยถูกหาว่าเป็น “นักฝัน” ที่เอาแต่เพ้อฝันไปวันๆ แต่ไม่ลงมือทำสักที คำว่า “นักฝัน” กับ “คนสำเร็จ” เป็นสองคำที่ให้ความหมายแตกต่างกันมาก จากความรู้สึกแล้ว นักปฏิบัติย่อมฟังดูดีกว่า นักฝัน ใช่ไหมล่ะครับ?  แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครเป็นแบบใดแบบหนึ่งได้ 100% เพียงแต่คุณอาจเลือกเน้นไปทางใดทางหนึ่งเท่านั้นเอง และจงจำไว้อย่างหนึ่งว่าการเป็น นักปฏิบัติ นั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าการเป็นคนช่างฝันเสมอไป คุณต้องใช้สองสิ่งนี้ร่วมกันเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ

ถ้าหากคุณเริ่มเกิดความไม่สมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ และแลดูมีเป้าหมายที่ฝันไว้เต็มไปหมด นี่คือช่วงเวลาที่คุณควรจะเริ่มเดินหน้าลงมือทำได้แล้ว ซึ่งวิธีเหล่านี้คือวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด ที่จะทำให้คุณผันตัวเองจากนักฝันมาเป็นนักปฎิบัติจำเอาไว้ว่าหากไม่รักษาสมดุลให้ดี คุณจะไม่มีวันประสบความสำเร็จได้เลย

1. เขียนเป้าหมายที่ต้องทำ รวมถึงกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน

หากคุณคิดว่าคุณอยากจะทำธุรกิจค้าขายอะไรสักอย่าง คุณจะต้องเขียนเป้าหมายและวางแผนสิ่งต่างๆ เอาไว้ อย่างเจาะจง และแน่นอน เช่น คุณคิดว่าคุณจะใช้เวลานานแค่ไหนในการจัดเตรียมสินค้า? รูปแบบร้านของคุณจะเป็ยแบบไหน โทนสีอะไร? หรือยอดขายเท่าไรภายในหนึ่งเดือน?

entrepreneur-593358_1280

การกำหนดวันเวลาที่ชัดเจน หรือการทำกำหนดการแบบคร่าวๆ เอาไว้ เช่น ต้องทำ…ให้เสร็จ ภายในระยะเวลา…เดือน ซึ่งวิธีการเหล่านี้ล้วนได้ผลเสมอไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายใดๆ ก็ตาม

2. สร้างสมดุลระหว่างสิ่งที่ต้องการ กับ สิ่งที่จำเป็นต้องทำ

ทุกครั้งที่คุณตัดสินใจว่า คุณอยากทำอะไรบางอย่าง ให้ลองเขียนแผนการเป็นรายการขั้นตอนต่างๆ ที่คุณควรทำออกมา แล้วเริ่มลงมือทำ ให้มันเกิดขึ้นจริง เช่น หากคุณต้องการจะเก็บเงินให้ได้สัก 300,000 บาท ภายในสิ้นปีนี้ คุณก็ควรสำรวจเงินเก็บที่คุณมี แล้วเขียนรายการที่จำเป็นมา คุนต้องทำขึ้ณมีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นส่วนไหนบ้างที่ควรตัดออก คุณต้องเพิ่มเวลาทำงานมากขึ้นหรือไม่ และต้องหางานเสริมเพิ่มไหม และต้องกินอยู่อย่างประหยัดอีกกี่วัน เป็นต้น

3. จงอยู่ในที่ๆรายล้อมไปด้วยเหล่าคนสำเร็จ

เคยมีผลการวิจัยที่ชี้ชัดแล้วว่า คนเราจะเป็นเหมือนกับคนที่เราใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด เพราะอย่างนั้นแล้วหากคุณอยากเป็น คนสำเร็จ จะใช้เวลาอยู่กับคนที่สำเร็จให้เยอะเข้าไว้

rock-1573068_960_720

4. จงหยุดทำในสิ่งที่มันไม่ได้ผล

“มีแต่คนเสียสติเท่านั้น ที่กระทำสิ่งเดิมซ้ำๆแล้วหวังให้ผลมันเป็นอย่างอื่น” เช่นเดียวกันกับความสำเร็จ ไม่ทีทางได้มาหากคุณยังคงใช้วิธีเดิมๆ ใช้วิธีที่ผิดๆ จงเรียนรู้ว่า สิ่งไหนทำแล้วได้อะไร สิ่งไหนที่ไม่ดี ก็ต้องเลิกทำมันซะ

5. จงคิดเสมอว่าทุกสิ่งล้วนต้องใช้ทั้งเวลาและความพยายามมากกว่าที่คิดไว้

ข้อเสียอย่างหนึ่งของการเป็นคน “ช่างฝัน” ก็คือการคิดบวก คิดว่าทุกๆ อย่างสามารถได้มาง่ายดาย อย่างที่วาดฝันเอาไว้ แต่ความจริงบนโลกนี้มันช่างโหดร้าย เพราะทุกๆสิ่งนั้นต้องใช้ทั้งความพยายาม เงินตรา ความสามาถ ความร่วมมือ และเวลามากกว่าที่คุณคิด ดังนั้นเมื่อคุณได้ทำการร่างแผนการขึ้นมาแล้ว ให้ลองเผื่อเงินและเวลาเอาไว้เพิ่มอีก 10-20% ของที่คุณวาดฝันเอาไว้ เพื่อที่คุณจะได้มีพื้นที่เอาไว้รองรับสิ่งไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้น

แต่อย่าให้ใครหรืออะไรมาทำลายความเป็น”นักฝัน”ของเราได้ เพราะความฝัน คือแหล่งกำเนิดของ แรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยให้คุณไปถึงดวงดาวได้เช่นกัน ดังนั้น รักษาสมดุลของการเป็นนักฝันและการลงมือทำของคุณให้ดีด้วย

Source : Entrepreneur
ภาพ : pixabay.com